top of page

ข้อควรระวังหลังจากการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ แต่หากไม่ระมัดระวังอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตามข้อควรระวังหลังจากการออกกำลังกาย ดังนี้
อย่ารีบอาบน้ำทันที หลังจากออกกำลังกายเสร็จ ควรพักประมาณ 15 นาที ให้ร่างกายเย็นลงก่อน เพราะการอาบน้ำทันทีจะทำให้อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นตะคริวหรือช็อกได้
อย่ารับประทานอาหารมื้อใหญ่ทันที หลังจากออกกำลังกายเสร็จ ร่างกายจะต้องการน้ำและอาหารเพื่อฟื้นฟูสภาพ ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอก่อนรับประทานอาหารมื้อเบา ๆ เช่น ผลไม้ โยเกิร์ต หรือธัญพืช
อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มเกลือแร่ อาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป และอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้
อย่าสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว
ควรยืดกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดอาการปวดเมื่อยได้
นอกจากนี้ ควรสังเกตอาการผิดปกติหลังจากออกกำลังกาย หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรหยุดออกกำลังกายและรีบไปพบแพทย์ทันที
เวียนศีรษะ
หน้ามืด
หายใจลำบาก
แน่นหน้าอก
ปวดท้อง
คลื่นไส้อาเจียน
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
กล้ามเนื้อกระตุก
ข้อควรระวังเหล่านี้จะช่วยให้การออกกำลังกายเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่ารีบอาบน้ำทันที หลังจากออกกำลังกายเสร็จ ควรพักประมาณ 15 นาที ให้ร่างกายเย็นลงก่อน เพราะการอาบน้ำทันทีจะทำให้อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นตะคริวหรือช็อกได้
อย่ารับประทานอาหารมื้อใหญ่ทันที หลังจากออกกำลังกายเสร็จ ร่างกายจะต้องการน้ำและอาหารเพื่อฟื้นฟูสภาพ ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอก่อนรับประทานอาหารมื้อเบา ๆ เช่น ผลไม้ โยเกิร์ต หรือธัญพืช
อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มเกลือแร่ อาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป และอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้
อย่าสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว
ควรยืดกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดอาการปวดเมื่อยได้
นอกจากนี้ ควรสังเกตอาการผิดปกติหลังจากออกกำลังกาย หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรหยุดออกกำลังกายและรีบไปพบแพทย์ทันที
เวียนศีรษะ
หน้ามืด
หายใจลำบาก
แน่นหน้าอก
ปวดท้อง
คลื่นไส้อาเจียน
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
กล้ามเนื้อกระตุก
ข้อควรระวังเหล่านี้จะช่วยให้การออกกำลังกายเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5 วิธีออกกำลังกายภายในบ้าน
การออกกำลังกายภายในบ้านเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกในการปรับปรุงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ ต่อไปนี้เป็น 5 วิธีออกกำลังกายภายในบ้านที่คุณสามารถลองใช้ได้:
กระโดดเชือก
กระโดดเชือกเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ยอดเยี่ยม ช่วยเผาผลาญแคลอรีและปรับปรุงความฟิตโดยรวมของคุณ กระโดดเชือกเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและราคาไม่แพง อุปกรณ์เดียวที่คุณต้องการคือเชือกกระโดด
วิ่งขึ้น-ลงบันได
การวิ่งขึ้นลงบันไดเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่มีประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการปรับปรุงความแข็งแรงและความทนทานของขาของคุณ คุณสามารถวิ่งขึ้นลงบันไดในบ้านของคุณหรือในอาคารสาธารณะใกล้บ้าน
เล่นโยคะ
โยคะเป็นการออกกำลังกายแบบรวมที่ช่วยให้เพิ่มความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และสมดุลของคุณ โยคะมีหลายรูปแบบให้เลือก คุณสามารถเริ่มต้นด้วยคลาสออนไลน์หรือวิดีโอสอนโยคะ
ฮูลาฮูป
ฮูลาฮูปเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่สนุกสนานและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการปรับปรุงความแข็งแรงและความทนทานของแกนกลางของคุณ คุณสามารถซื้อฮูลาฮูปได้จากร้านค้าปลีกส่วนใหญ่
แพลงกิ้ง
แพลงกิ้งเป็นการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อแบบใช้น้ำหนักตัวที่ยอดเยี่ยม ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อแกนกลางของคุณ แพลงกิ้งสามารถทำได้ทุกที่และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
เมื่อเลือกวิธีออกกำลังกายภายในบ้าน สิ่งสำคัญคือต้องเลือกวิธีที่เหมาะกับคุณและเป้าหมายการออกกำลังกายของคุณ เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายแบบเบาๆ และค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นและระยะเวลาเมื่อคุณแข็งแรงขึ้น
กระโดดเชือก
กระโดดเชือกเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ยอดเยี่ยม ช่วยเผาผลาญแคลอรีและปรับปรุงความฟิตโดยรวมของคุณ กระโดดเชือกเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและราคาไม่แพง อุปกรณ์เดียวที่คุณต้องการคือเชือกกระโดด
วิ่งขึ้น-ลงบันได
การวิ่งขึ้นลงบันไดเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่มีประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการปรับปรุงความแข็งแรงและความทนทานของขาของคุณ คุณสามารถวิ่งขึ้นลงบันไดในบ้านของคุณหรือในอาคารสาธารณะใกล้บ้าน
เล่นโยคะ
โยคะเป็นการออกกำลังกายแบบรวมที่ช่วยให้เพิ่มความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และสมดุลของคุณ โยคะมีหลายรูปแบบให้เลือก คุณสามารถเริ่มต้นด้วยคลาสออนไลน์หรือวิดีโอสอนโยคะ
ฮูลาฮูป
ฮูลาฮูปเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่สนุกสนานและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการปรับปรุงความแข็งแรงและความทนทานของแกนกลางของคุณ คุณสามารถซื้อฮูลาฮูปได้จากร้านค้าปลีกส่วนใหญ่
แพลงกิ้ง
แพลงกิ้งเป็นการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อแบบใช้น้ำหนักตัวที่ยอดเยี่ยม ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อแกนกลางของคุณ แพลงกิ้งสามารถทำได้ทุกที่และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
เมื่อเลือกวิธีออกกำลังกายภายในบ้าน สิ่งสำคัญคือต้องเลือกวิธีที่เหมาะกับคุณและเป้าหมายการออกกำลังกายของคุณ เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายแบบเบาๆ และค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นและระยะเวลาเมื่อคุณแข็งแรงขึ้น

ออกกำลังกายยังไงให้ดูเด็กกว่าอายุจริง
การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากขึ้น การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะช่วยชะลอวัยและช่วยให้ดูเด็กกว่าอายุจริงได้ โดยการออกกำลังกายที่ช่วยทำให้ดูเด็กกว่าอายุจริง มีดังนี้
การออกกำลังกายแบบแอโรบิก จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉง มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ซึ่งการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่นิยม ได้แก่ การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เป็นต้น
การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ ซึ่งการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่นิยม ได้แก่ การวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เป็นต้น
การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง จะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายดูสมส่วนกระชับ และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้ ซึ่งการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งที่นิยม ได้แก่ ยกน้ำหนัก เล่นโยคะ ไทชิ เป็นต้น
การออกกำลังกายแบบยืดเหยียดกล้ามเนื้อ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บและช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว ซึ่งการออกกำลังกายแบบยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่นิยม ได้แก่ การยืดกล้ามเนื้อตามท่าต่างๆ โยคะ เป็นต้น
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อความอ่อนเยาว์ของร่างกาย เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
หากต้องการออกกำลังกายให้ดูเด็กกว่าอายุจริง ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยแบ่งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก คาร์ดิโอ และเวทเทรนนิ่งอย่างละประมาณ 30 นาที และควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง ไม่หักโหมจนเกินไป
การออกกำลังกายแบบแอโรบิก จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉง มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ซึ่งการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่นิยม ได้แก่ การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เป็นต้น
การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ ซึ่งการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่นิยม ได้แก่ การวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เป็นต้น
การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง จะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายดูสมส่วนกระชับ และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้ ซึ่งการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งที่นิยม ได้แก่ ยกน้ำหนัก เล่นโยคะ ไทชิ เป็นต้น
การออกกำลังกายแบบยืดเหยียดกล้ามเนื้อ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บและช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว ซึ่งการออกกำลังกายแบบยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่นิยม ได้แก่ การยืดกล้ามเนื้อตามท่าต่างๆ โยคะ เป็นต้น
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อความอ่อนเยาว์ของร่างกาย เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
หากต้องการออกกำลังกายให้ดูเด็กกว่าอายุจริง ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยแบ่งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก คาร์ดิโอ และเวทเทรนนิ่งอย่างละประมาณ 30 นาที และควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง ไม่หักโหมจนเกินไป

ออกกำลังกายเพิ่มความฟิต พิชิตโรคร้าย
การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากขึ้น การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ และช่วยให้ดูเด็กกว่าอายุจริงได้
การออกกำลังกายช่วยป้องกันโรคร้ายได้หลายชนิด เช่น
โรคหัวใจและหลอดเลือด การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังหัวใจและปอด ทำให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคเบาหวาน การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับปกติ และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน
โรคมะเร็ง การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น
โรคอ้วน การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ทำให้น้ำหนักตัวลดลงและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน
โรคกระดูกพรุน การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ ทำให้กระดูกแข็งแรงและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน
นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว ช่วยให้จิตใจแจ่มใส อารมณ์ดี และช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย
หากต้องการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความฟิต พิชิตโรคร้าย ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง โดยแบ่งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก คาร์ดิโอ และเวทเทรนนิ่งอย่างละประมาณ 30 นาที และควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง ไม่หักโหมจนเกินไป
ตัวอย่างการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความฟิต พิชิตโรคร้าย ได้แก่
การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เป็นต้น
การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เป็นต้น
การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง เช่น ยกน้ำหนัก เล่นโยคะ ไทชิ เป็นต้น
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
การออกกำลังกายช่วยป้องกันโรคร้ายได้หลายชนิด เช่น
โรคหัวใจและหลอดเลือด การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังหัวใจและปอด ทำให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคเบาหวาน การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับปกติ และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน
โรคมะเร็ง การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น
โรคอ้วน การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ทำให้น้ำหนักตัวลดลงและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน
โรคกระดูกพรุน การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ ทำให้กระดูกแข็งแรงและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน
นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว ช่วยให้จิตใจแจ่มใส อารมณ์ดี และช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย
หากต้องการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความฟิต พิชิตโรคร้าย ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง โดยแบ่งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก คาร์ดิโอ และเวทเทรนนิ่งอย่างละประมาณ 30 นาที และควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง ไม่หักโหมจนเกินไป
ตัวอย่างการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความฟิต พิชิตโรคร้าย ได้แก่
การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เป็นต้น
การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เป็นต้น
การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง เช่น ยกน้ำหนัก เล่นโยคะ ไทชิ เป็นต้น
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

10 ผักผลไม้ที่กินแล้วทำให้ผิวขาวใส
ผักผลไม้มีสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวใส ชุ่มชื้น เต่งตึง ช่วยลดจุดด่างดำ ฝ้า กระ และริ้วรอย ผักผลไม้ที่กินแล้วทำให้ผิวขาวใสมีดังนี้
1.มะละกอ อุดมไปด้วยวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแร่ธาตุต่างๆ เช่น สังกะสี ทองแดง แมกนีเซียม และโพแทสเซียม มีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และต่อต้านอนุมูลอิสระ
2.แครอท อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น เนียนนุ่ม และกระจ่างใส
3.อะโวคาโด อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และกรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยลดการอักเสบของผิว ชะลอการเกิดริ้วรอย และช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
4.แตงกวา อุดมไปด้วยน้ำ 96% ช่วยลดอาการอักเสบของผิว กระชับรูขุมขน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
5.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และเชอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ และฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส ชุ่มชื้น และช่วยลดริ้วรอย
6.แอปเปิ้ล อุดมไปด้วยวิตามินซี โพแทสเซียม และเส้นใยอาหาร ช่วยลดการอักเสบของผิว ชะลอการเกิดริ้วรอย และช่วยให้ผิวกระจ่างใส
7.กล้วยหอม อุดมไปด้วยวิตามินซี โพแทสเซียม และแมงกานีส ช่วยลดการอักเสบของผิว ชะลอการเกิดริ้วรอย และช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
8.บร็อคโคลี่ อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบของผิว ชะลอการเกิดริ้วรอย และช่วยให้ผิวกระจ่างใส
9.มะเขือเทศ อุดมไปด้วยไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสและช่วยลดริ้วรอย
10.แตงโม อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และกรดซิตริก ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส และช่วยลดอาการอักเสบของผิว
นอกจากการรับประทานผักผลไม้แล้ว การดื่มน้ำให้เพียงพอ ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า ก็มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้ขาวใสและสุขภาพดีได้เช่นกัน หรือ จะให้ดีต้องทานวิตามิน Glovita Nio Exthera เพิ่มเติม
1.มะละกอ อุดมไปด้วยวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแร่ธาตุต่างๆ เช่น สังกะสี ทองแดง แมกนีเซียม และโพแทสเซียม มีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และต่อต้านอนุมูลอิสระ
2.แครอท อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น เนียนนุ่ม และกระจ่างใส
3.อะโวคาโด อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และกรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยลดการอักเสบของผิว ชะลอการเกิดริ้วรอย และช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
4.แตงกวา อุดมไปด้วยน้ำ 96% ช่วยลดอาการอักเสบของผิว กระชับรูขุมขน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
5.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และเชอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ และฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส ชุ่มชื้น และช่วยลดริ้วรอย
6.แอปเปิ้ล อุดมไปด้วยวิตามินซี โพแทสเซียม และเส้นใยอาหาร ช่วยลดการอักเสบของผิว ชะลอการเกิดริ้วรอย และช่วยให้ผิวกระจ่างใส
7.กล้วยหอม อุดมไปด้วยวิตามินซี โพแทสเซียม และแมงกานีส ช่วยลดการอักเสบของผิว ชะลอการเกิดริ้วรอย และช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
8.บร็อคโคลี่ อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบของผิว ชะลอการเกิดริ้วรอย และช่วยให้ผิวกระจ่างใส
9.มะเขือเทศ อุดมไปด้วยไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสและช่วยลดริ้วรอย
10.แตงโม อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และกรดซิตริก ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส และช่วยลดอาการอักเสบของผิว
นอกจากการรับประทานผักผลไม้แล้ว การดื่มน้ำให้เพียงพอ ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า ก็มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้ขาวใสและสุขภาพดีได้เช่นกัน หรือ จะให้ดีต้องทานวิตามิน Glovita Nio Exthera เพิ่มเติม

ดูเเลผู้ใหญ่ในบ้านอย่างไรให้มีสุขภาพดี
การดูแลผู้ใหญ่ในบ้านให้มีสุขภาพดีนั้น สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
ส่งเสริมให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ผู้ใหญ่ควรรับประทานอาหารที่หลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ เน้นผักและผลไม้สด หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารที่มีน้ำตาลสูง รวมไปถึงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลสูง
สนับสนุนให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เผาผลาญแคลอรี ลดความเสี่ยงโรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคอื่นๆ ผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก 75 นาที และการออกกำลังกายแบบเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ 75 นาที
ตรวจสุขภาพเป็นประจำ การตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้สามารถตรวจพบโรคต่างๆ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสามารถรักษาได้ทันเวลา ผู้ใหญ่ควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง
ส่งเสริมให้พักผ่อนให้เพียงพอ ผู้ใหญ่ควรนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ มากมาย ผู้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ดูแลจิตใจให้แจ่มใส ผู้ใหญ่ควรทำกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยให้จิตใจแจ่มใส เช่น ใช้เวลากับคนในครอบครัวและเพื่อนฝูง ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมที่ชอบ
นอกจากนี้ ยังสามารถเสริมด้วยผลิตภัณฑ์ Beta Glucan ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ และช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้ ผู้ใหญ่สามารถรับประทาน Beta Glucan ได้ทุกวัน โดยรับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล หลังอาหาร
ส่งเสริมให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ผู้ใหญ่ควรรับประทานอาหารที่หลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ เน้นผักและผลไม้สด หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารที่มีน้ำตาลสูง รวมไปถึงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลสูง
สนับสนุนให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เผาผลาญแคลอรี ลดความเสี่ยงโรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคอื่นๆ ผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก 75 นาที และการออกกำลังกายแบบเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ 75 นาที
ตรวจสุขภาพเป็นประจำ การตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้สามารถตรวจพบโรคต่างๆ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสามารถรักษาได้ทันเวลา ผู้ใหญ่ควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง
ส่งเสริมให้พักผ่อนให้เพียงพอ ผู้ใหญ่ควรนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ มากมาย ผู้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ดูแลจิตใจให้แจ่มใส ผู้ใหญ่ควรทำกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยให้จิตใจแจ่มใส เช่น ใช้เวลากับคนในครอบครัวและเพื่อนฝูง ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมที่ชอบ
นอกจากนี้ ยังสามารถเสริมด้วยผลิตภัณฑ์ Beta Glucan ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ และช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้ ผู้ใหญ่สามารถรับประทาน Beta Glucan ได้ทุกวัน โดยรับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูล หลังอาหาร

11 ผัก ผลไม้ เสริมสร้างการมองเห็น บำรุงสายตา
ผักและผลไม้มีสารอาหารหลากหลายชนิดที่ช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างการมองเห็น ผักและผลไม้บางชนิดมีสารอาหารเฉพาะที่เป็นประโยชน์ต่อดวงตาเป็นพิเศษ ผักและผลไม้ 11 ชนิดที่มีสารอาหารบำรุงสายตา เสริมสร้างการมองเห็น ได้แก่
1.แครอท เป็นผักที่มีวิตามินเอสูง วิตามินเอเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างโรดอปซิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยในการมองเห็นในที่มืด แครอทยังมีสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ
2.ฟักทอง เป็นผักที่มีวิตามินเอสูงเช่นกัน ฟักทองยังมีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และลูทีน ซึ่งล้วนแต่เป็นสารอาหารที่ดีต่อดวงตา
3.ผักโขม เป็นผักที่มีวิตามินเอ วิตามินซี ลูทีน และซีแซนทีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าและอนุมูลอิสระ
4.คะน้า เป็นผักที่มีวิตามินเอ วิตามินซี ลูทีน และซีแซนทีนเช่นเดียวกับผักโขม
5.บรอกโคลี เป็นผักที่มีวิตามินซีสูง วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องดวงตาจากความเสียหาย
6.มะละกอ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอสูงเช่นเดียวกับแครอทและฟักทอง
7.แตงโม เป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอ วิตามินซี และเบต้าแคโรทีนสูง
8.บลูเบอร์รี่ เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง สารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องดวงตาจากความเสียหาย
9.สตรอเบอร์รี่ เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเช่นกัน
10.องุ่น เป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง องุ่นยังมีสารเรสเวอราทอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยปกป้องดวงตาจากโรคจอประสาทตาเสื่อม
11.แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเช่นกัน แอปเปิ้ลยังมีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยปกป้องดวงตาจากโรคต้อกระจก
การรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ จะช่วยให้ดวงตาได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการมองเห็น เสริมสร้างการมองเห็นให้แข็งแรง และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคตาต่างๆจะให้ดีต้องทานวิตามิน Glovita Beta Glucan Mixed เพิ่มเติม
1.แครอท เป็นผักที่มีวิตามินเอสูง วิตามินเอเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างโรดอปซิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยในการมองเห็นในที่มืด แครอทยังมีสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ
2.ฟักทอง เป็นผักที่มีวิตามินเอสูงเช่นกัน ฟักทองยังมีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และลูทีน ซึ่งล้วนแต่เป็นสารอาหารที่ดีต่อดวงตา
3.ผักโขม เป็นผักที่มีวิตามินเอ วิตามินซี ลูทีน และซีแซนทีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าและอนุมูลอิสระ
4.คะน้า เป็นผักที่มีวิตามินเอ วิตามินซี ลูทีน และซีแซนทีนเช่นเดียวกับผักโขม
5.บรอกโคลี เป็นผักที่มีวิตามินซีสูง วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องดวงตาจากความเสียหาย
6.มะละกอ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอสูงเช่นเดียวกับแครอทและฟักทอง
7.แตงโม เป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอ วิตามินซี และเบต้าแคโรทีนสูง
8.บลูเบอร์รี่ เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง สารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องดวงตาจากความเสียหาย
9.สตรอเบอร์รี่ เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเช่นกัน
10.องุ่น เป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง องุ่นยังมีสารเรสเวอราทอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยปกป้องดวงตาจากโรคจอประสาทตาเสื่อม
11.แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเช่นกัน แอปเปิ้ลยังมีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยปกป้องดวงตาจากโรคต้อกระจก
การรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ จะช่วยให้ดวงตาได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการมองเห็น เสริมสร้างการมองเห็นให้แข็งแรง และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคตาต่างๆจะให้ดีต้องทานวิตามิน Glovita Beta Glucan Mixed เพิ่มเติม

วิธีดูแลสายตาวัยทำงาน
วิธีดูแลสายตาวัยทำงาน
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสายตา เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ที่มีวิตามินเอและซี ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า ผักบุ้ง มีสารลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งช่วยปกป้องดวงตาจากแสงสีน้ำเงินและรังสียูวี ผลไม้ที่มีวิตามินเอและซี เช่น แครอท มะเขือเทศ ส้ม ทับทิม มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องดวงตาจากความเสียหาย ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งช่วยบำรุงจอประสาทตา
ผักใบเขียว ผลไม้ที่มีวิตามินเอและซี ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า3
หลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอนานๆ ควรพักสายตาทุก 20 นาที โดยมองออกไปไกล ๆ อย่างน้อย 20 วินาที หน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ตเปล่งแสงสีน้ำเงิน ซึ่งอาจทำให้ดวงตาแห้งและปวดตาได้ การพักสายตาจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตาและลดอาการเมื่อยล้า
หลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอนานๆ
ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ ควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อตรวจหาปัญหาเกี่ยวกับสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ต้อกระจก โรคจอประสาทตาเสื่อม การพบแพทย์เป็นประจำจะช่วยให้ตรวจพบปัญหาเกี่ยวกับสายตาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และได้รับการรักษาที่ทันเวลา
นอกจากนี้ ยังมีวิธีดูแลสายตาวัยทำงานอื่น ๆ ดังนี้
ปรับแสงหน้าจอให้เหมาะสม แสงหน้าจอไม่ควรสว่างเกินไปหรือมืดเกินไป ควรปรับแสงหน้าจอให้อยู่ในระดับที่สบายตา
ใช้แว่นกรองแสงสีน้ำเงิน แว่นกรองแสงสีน้ำเงินช่วยกรองแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอ ซึ่งอาจทำให้ดวงตาแห้งและปวดตาได้
ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ซึ่งรวมถึงดวงตาด้วย การไหลเวียนโลหิตที่ดีในดวงตาจะช่วยให้ดวงตาได้รับออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็น
พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายและดวงตาฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้า
การดูแลสายตาวัยทำงานอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ดวงตาของเรามีสุขภาพดีและมองเห็นได้ชัดเจนไปนาน ๆ
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสายตา เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ที่มีวิตามินเอและซี ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า ผักบุ้ง มีสารลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งช่วยปกป้องดวงตาจากแสงสีน้ำเงินและรังสียูวี ผลไม้ที่มีวิตามินเอและซี เช่น แครอท มะเขือเทศ ส้ม ทับทิม มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องดวงตาจากความเสียหาย ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งช่วยบำรุงจอประสาทตา
ผักใบเขียว ผลไม้ที่มีวิตามินเอและซี ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า3
หลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอนานๆ ควรพักสายตาทุก 20 นาที โดยมองออกไปไกล ๆ อย่างน้อย 20 วินาที หน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ตเปล่งแสงสีน้ำเงิน ซึ่งอาจทำให้ดวงตาแห้งและปวดตาได้ การพักสายตาจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตาและลดอาการเมื่อยล้า
หลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอนานๆ
ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ ควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อตรวจหาปัญหาเกี่ยวกับสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ต้อกระจก โรคจอประสาทตาเสื่อม การพบแพทย์เป็นประจำจะช่วยให้ตรวจพบปัญหาเกี่ยวกับสายตาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และได้รับการรักษาที่ทันเวลา
นอกจากนี้ ยังมีวิธีดูแลสายตาวัยทำงานอื่น ๆ ดังนี้
ปรับแสงหน้าจอให้เหมาะสม แสงหน้าจอไม่ควรสว่างเกินไปหรือมืดเกินไป ควรปรับแสงหน้าจอให้อยู่ในระดับที่สบายตา
ใช้แว่นกรองแสงสีน้ำเงิน แว่นกรองแสงสีน้ำเงินช่วยกรองแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอ ซึ่งอาจทำให้ดวงตาแห้งและปวดตาได้
ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ซึ่งรวมถึงดวงตาด้วย การไหลเวียนโลหิตที่ดีในดวงตาจะช่วยให้ดวงตาได้รับออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็น
พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายและดวงตาฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้า
การดูแลสายตาวัยทำงานอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ดวงตาของเรามีสุขภาพดีและมองเห็นได้ชัดเจนไปนาน ๆ

7ประโยชน์ของ HMB มีอะไรบ้าง?
7ประโยชน์ของ HMB มีอะไรบ้าง?
-เสริมสร้างและชะลอการสลายของกล้ามเนื้อ
-ลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต
-ลดความเสื่อมของสมองตามอายุ
-ลดไขมันในร่างกาย
-ดีต่อสุขภาพหัวใจ
-ลดการอักเสบ
-รักษาบาดแผล
ตัวช่วยแนะนำ สำหรับคนรักสุขภาพ ออกกำลังกาย MyHMB ง่ายๆเพียบ รับประทานวันละ2แคปซูลก่อนออกกำลังกาย ทางลัดในการลีนหุ่น เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และชะลอการเสื่อมสลายของกล้ามเนื้อค่ะ💪🏻🫰🏻
ตัวMyHMB มีงานวิจัยว่าร่างกายควรได้รับHMBอย่างน้อย 1.5g ต่อวัน หรือเทียบเท่าการทานโปรตีนถึง≈300g. หรือเวย์ ≈ 10scoops เลยทีเดียว
-เสริมสร้างและชะลอการสลายของกล้ามเนื้อ
-ลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต
-ลดความเสื่อมของสมองตามอายุ
-ลดไขมันในร่างกาย
-ดีต่อสุขภาพหัวใจ
-ลดการอักเสบ
-รักษาบาดแผล
ตัวช่วยแนะนำ สำหรับคนรักสุขภาพ ออกกำลังกาย MyHMB ง่ายๆเพียบ รับประทานวันละ2แคปซูลก่อนออกกำลังกาย ทางลัดในการลีนหุ่น เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และชะลอการเสื่อมสลายของกล้ามเนื้อค่ะ💪🏻🫰🏻
ตัวMyHMB มีงานวิจัยว่าร่างกายควรได้รับHMBอย่างน้อย 1.5g ต่อวัน หรือเทียบเท่าการทานโปรตีนถึง≈300g. หรือเวย์ ≈ 10scoops เลยทีเดียว

5 สัญญาณที่บอกว่า ร่างกายคุณเริ่มมี ภูมิคุ้มกันต่ำ!
👿5 สัญญาณที่บอกว่า ร่างกายคุณเริ่มมี ภูมิคุ้มกันต่ำ!
เริ่มรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา เป็นหวัดบ่อย แสบจมูกมีน้ำมูกไหลตอนเช้า
ท้องเสียง่ายหรือแพ้อาหารบ่อย และมีผื่นแพ้ ผิวหนังอักเสบบ่อย
ใครเคยมีอาการเหล่านี้ อย่าลืมเสริมภูมิคุ้มกันด้วย Glovita Beta Glucan Mixed กันนะคะ💜
เริ่มรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา เป็นหวัดบ่อย แสบจมูกมีน้ำมูกไหลตอนเช้า
ท้องเสียง่ายหรือแพ้อาหารบ่อย และมีผื่นแพ้ ผิวหนังอักเสบบ่อย
ใครเคยมีอาการเหล่านี้ อย่าลืมเสริมภูมิคุ้มกันด้วย Glovita Beta Glucan Mixed กันนะคะ💜

TO BE
STRONGER
TO BE STRONGER
Exercise at least 30 minutes a day along with eating the healthy food such as protein, grains, cereals and milk. Actually the Wellovita myHMB is another good choice to produce more muscles and stronger.
Balance your wellness goal
Take 1 capsule if you are a general health lover.
Take 2-4 capsules if you want to be stronger, produce more muscles and more lean body mass.

The Wellovita myHMB,
we are the first 100%
HMB product in Thailand and allowed to use the
HMB trademark on our Wellovita products.
bottom of page